Select Page
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
Songkhla Nationd Museum - 宋卡國家博物館

 

      มีสถานที่สำคัญ หลายแห่งในตัวเมืองสงขลาที่ก้าวย่างเข้าไปเมื่อใดก็สามารถเชื่อมโยงกับพระองค์ได้อย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง เช่น ณ มุมหนึ่งของอาคารตึก 2 ชั้น สถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยูโรป ซึ่งปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา ตั้งอยู่บนถนนวิเชียรชม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ห่างจากวัดมัชฌิมาวาส ประมาณ 1 กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาเพื่อทรงว่าราชการกับบรรดาข้าราชการสำคัญ ตึกหลังนี้เดิมเป็นคฤหาสน์ของผู้ช่วยเจ้าเมืองสงขลา พระยาสุนทรานุรักษ์(เนตร ณ สงขลา) บุตรชายคนโตของเจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เม่น ณ สงขลา) เจ้าเมืองสงขลาคนที่ 6

      There are many significant places in Songkhla that we can unexpectedly relate to His Majesty such as the two-storey Chino- European architecture building, now the National Museum, Songkhla, Mueang District, Songkhla Province, about 1 kilometer from Matchimawat Temple. King Chulalongkorn came to do his official work with prominent official subjects here. This building originally belonged to the assistant governor of Songkhla, Phraya Suntranurak (Nate na Songkhla) – the oldest son of Chao Phraya Wichienkhiri (Maen na Songkhla), the sixth governor of Songkhla.

        進入宋卡市城 內,我們可以隨時見到與拉瑪五世王 相關聯的建築。像許多人都未曾想到的一處中西式的雙層 建築,即:宋卡國家博物館。此博物館位於宋卡府直轄縣的 威乾琮街,距瑪慈瑪瓦寺約1公裏路程。拉瑪五世王也曾陪 同其父王(拉瑪四世王)辦理行政事要而下榻於此。這棟建築 曾相繼是宋卡府尹助理披耶孫塔奴喇(內納宋卡)和宋卡 第6任府尹昭披耶威乾克裏(汉納宋卡)的私人豪宅。

         ลักษณะตัวบ้านยกสูงจากพื้นดินราว 1 เมตร ปลูกเป็นเรือนหมู่ 4 หลัง เชื่อมติดกันด้วยระเบียงทางเดิน มีบันไดขึ้น 2 ทางคือ ด้านหน้า และตรงกลางลานด้านใน กลางบ้านเป็นลานโล่งสำหรับปลูกต้นไม้ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้านหน้ามีสนามและอาคารโถงขนาบสองข้าง ด้านหลังก็เช่นเดียวกัน พื้นที่โดยรอบเป็นสนามหญ้าและสวน มีกำแพงโค้งแบบจีนล้อมรอบ แม้ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน 134 ปี แต่ยังคงความงดงาม สมบูรณ์พร้อม จนได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรม จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อ พ.ศ.2550

      บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2421  อีก 16 ปีต่อมา เจ้าของก็มอบให้เป็นที่พำนักและว่าราชการของพระวิจิตรวรศาสตร์ ข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลา และนี่คงเป็นคำตอบว่า เหตุใดพระองค์จึงทรงใช้สถานที่นี้ว่าราชการงานเมือง

      ห่างออกไปไม่มากนัก ยังมีบ้านทรงจีนอีกหลังหนึ่งบนถนนสายบุรี ตรงจุดเชึ่อมต่อกับถนนวิเชียรชม เป็นบ้านเจ้าเมืองคนที่ 8 ซึ่งเป็นคนสุดท้ายของสงขลา รู้จักกันในนาม พระยาวิเชยรคีรี (ชม ณ สงขลา) ผู้สร้างถนนคอนกรีตแห่งแรกของเมือง เมื่อปี พ.ศ.2445 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามเพื่อเป็นเกียรติว่าถนนวิเชียรชม แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่มีบ้านหลังนี้หลงเหลืออยู่ คงปรากฏเพียงหลักฐานจากภาพถ่ายเท่านั้น ที่สะท้อนให้เห็นศิลปะการก่อสร้างแบบจีนที่โดดเด่น บ่งบอกถึงการสืบเชื้อสายกันมายาวนานของคนในตระกล ณ สงขลา ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี

      อนึ่ง มีบันทึกว่าพระพุทธเจ้าหลวงได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมบ้านหลังดังกล่าวด้วย เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2444 คราวนั้น ท่านเจ้าของบ้านได้จ้ดเตรียมห้องหนึ่งไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ที่ตามเสด็จฯ

      The building was raised about one meter from the ground, built in     a  group of 4 houses connected with sidewalk verandas. There are 2 entrance stairways in the front and court of the building interior where trees are planted and activities are performed. In front and in the back of the building are grounds and hallways on both sides. There are lawns and gardens with arch wall around them. Even though 134 years have passed, it is still perfectly beautiful. It was awarded “Architectural Art Reserve” by the Siam Architect Association under the King’s Patronage in 2007 (2550 B.E.)

      This building was built in 1878〔2421 B.E.), and 16 gears later the owner handed it over to the authority as a residence and municipal hall of Phra Vichitworasat, the special official inspector of Songkhla. This might have been the reason why His Majesty used this place to perform his royal obligations.

      Not far from here stood a Chinese style house on Saiburi Road at the connecting point with Wichienchom Road. The house belonged to the eighth and the last governor of Songkhla named Phraya Wichienkhiri (Chom na Songkhla) who instructed the first concrete road in the province in 1902〔2445 B.E.). King Chulalongkorn named it in his honor as Wichienchom Road. It is unfortunate that the house has no longer existed, except the pictures reflecting the distinctive Chinese construction explaining the long and distinguished lineage since Thonburi Era.

      It is recorded that King Chulalongkorn visited this house on July 20, 1901〔2444 B.E.). The house owner had prepared a room especially for the royal photographing with his royal relatives accompanying him.

      屋宇的建築結構為:屋體高於地面約1米,4楝樓結 合而成,樓與樓間由走廊聯接在一起;供登爬的樓梯有2 處,一處位於屋外,另一處則位於屋內坪院中;屋宇的中 央是一片空曠的平地,以供人們布種植被或開展各式各樣 的活動;屋宇的前方是一處坪地,有兩棟空闊的大樓夾於 坪地兩側;屋宇後方則也是如此。屋宇庭院周圍是一片草 地植苑和一排曲折的中式城墙,雖然城墙屹立於此已長達 134年的歷史,但城墙的藝術原貌至今仍保持完整。並於佛 歷2550年間,榮獲由暹羅建築師協會(普密蓬國王資助)頒 發的建築藝術文物保護大獎。

      這處屋宇建造於佛歷2421年間,16年之後屋主便 將這裏獻予並改成寓居及朝廷欽差大臣的辦公之所,這也 是為什麽當初拉瑪五世王下榻於此的原因。

      出去離這不遠的地方還有一處中式屋宇,它位於賽 布禮街與威乾琼街的交界之處。是宋卡第8任府尹(宋卡最 後一任)的住所,此人名為:披耶威乾克裏(琮納宋卡),是 組織建造孔集路的第一人。佛歷2445年,拉瑪五世王欽賜 名威乾琮路以示對披耶威乾克裏(琮納宋卡)的獎勵。但 讓人遺憾的是,這處中式屋宇現今已不復存在。大家只能 從遺留下的圖片中欣賞此中式建築的卓越建築藝術,以及 感受納•宋卡氏始於吞武裏王朝之源遠流長的氏族史。

      另外據史料記載,拉瑪五世王於佛歷2444年的1月 20日曾拜訪過這處中式屋宇,並且在那次,屋主遗專程主 持準備了一間為殿下同王親國戚合影的房間。

Visiters: 4