Select Page
ด่านพรมแดนบ้านประกอบ
Ban Prakob Border - 巴溝邊境口岸

      ในคืนหนึ่ง ที่วัดพะโคะ เมื่อหลวงปู่ทวดรับดอกมณฑาทิพย์จากสามเณรน้อยแล้ว จึงได้สงบอารมณ์อยู่ชัวครู่ แล้วลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปในกุฏิ ปิดประตูลงกลอน เงียบหายไปในห้อง แล้วหายตัวไปในคืนนั้นโดยไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดไว้ ในเวลาต่อมาก็ได้ ปรากฎพระภิกษุชรารูปหนึ่งลักษณะเดียวกันหลวงปู่ทวดทางแคว้นไทรบุรี ชาวบ้านต่างพากันเรียกขานท่านว่า “ท่านลังกาองค์ดำ” ตามรูปพรรณสัณฐานของท่านหลวงปู่ทวด เป็นพระภิกษุผู้เป็นปราชญ์ทางธรรม และเชี่ยวชาญทางอิทธิปาฏิหารย์เป็นเยี่ยม ท่านได้รับความศรัทธา ทั่วทั้งแคว้นไทรบุรีรวมไปถึงพระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ที่มีความศรัทธาถวายวัดช้างให้ ให้ท่านปกครองเพิ่มอึกแห่ง ท่านจึงธุดงค์ไป-มาระหว่างปัตตานี และไทรบุรี ในกาลสมัยที่ดินแดนยังไม่ถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศเช่นปัจจุบัน ตำนานกล่าวว่า หลวงปู่ทวดได้มรณภาพ ณ สถานที่ ซึ่งเรียกว่า ซามิ มาติ ในรัฐเปรัคขณะนี้ และสังขารของท่านถูกนำมาประกอบพิธฌาปนกิจ ณ วัดช้างให้ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

      ดังนั้น “ด่านพรมแดนบ้านประกอบ” นับเป็นประตูเชื่อมโยงแห่งใหม่ ระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย ความเจริญทางเศรษฐกิจกำลังจะเกิดขึ้นในละแวกนี้ แต่บรรยากาศของชายแดนทแวดล้อมด้วยขุนเขา เสิยงร้องของนกที่บินผ่านไปมา และอาจชุ่มฉ่ำด้วยไอฝน
ในบางฤดูก่อให้เกิดมนต์ขลังของสถานที่แห่งนี้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะในอดีตนั้น บริเวณแห่งนี่คือร่องรอยการเดินทางธุดงค์ของหลวงปู่ทวด แม้วันที่ท่านได้ละสังขารแล้ว เหล่าพุทธศาสนิกชนที่เคารพศรัทธาท่านก็นำร่างกายของท่านเดินทางผ่านเส้นทางนี้ ก่อนส่งดวงวิญญาณของท่านสู่สรวงสวรรค์นิรันดรที่วัดช้างให้

     In one night at Pakoh Temple, after Luang Pu Tuad received the divine magnolia from the young novice, he remained silent for a while and then stood up, walked straight into his room, locked the door, never coming out nor leaving, then disappeared with no trace behind. Sometime after that, there was an elderly monk with same appearance as Luang Pu Tuad in Saiburi Region. Local people all called him “Than Lanka Ong Dam” (the Revered Dark Lanka) according to his complexion. Luang Pu Tuad was a Dharma scholar who had consummate skills in supernatural power thus received high respect from people of Saiburi. This included Phraya Kaem Dam, the ruler of Saiburi, who had enough faith to dedicate Chang Hai Temple for him to administer in addition to the one he was in charged. Hence, Luang Pu Tuad had to commute back and forth between Patiani and Saiburi during the time when both places were under authority of one kingdom, then separated into two countries as in the present time.     It is believed that Luang Pu Tuad passed away at the place called “Sami Mati” presently in Perak state. His body was carried to the cremation at Chang Hai Temple in Khok Pho District of Pattani Province.

      Ban Prakob Border is the new gateway between Thailand and Malaysia to bring growth of economy to the surrounded area in the near future. The landscape of green hills with singing birds flying over and moist of rain in the season miraculously builds sacredness to the area. As once in the past, this area witnessed the pilgrims of Luang Pu Tuad and grounded for the procession of his followers carrying his corpse from Sami Mati to Chang Hai Temple. It was a pass over this border to pay last respect to Luang Pu Tuad before nirvana.

      “帕空尊者收到了一束來自小沙尼的蛋玉蘭花 後,沈默了片刻;起身,徑直走進了自己的小僧舍;合上 門,栓上門閂,就此不見了蹤影。接下來的賽布裏國(現 今:馬來西亞國的吉打州)出現了一位老僧人,當地的百姓 相繼稱呼其為‘瑯噶歐宕師傅,(意思是:黑膚師傅,其取 名源於老僧人的膚色)。”   瑯噶歐宕師傅是一位得道的高僧,並且對法術也 甚是精通。在賽布裏國,這位高僧非常受當地的民眾敬仰 和擁戴,甚至是賽布裏國的國王(披耶庚宕)也同樣如此。 披耶庚宕國王為了表示對高僧的崇敬之情,於是將長海寺 呈獻予師傅,讓其掌管並主持。由此,師傅故經常輾轉於 北大年國和賽布裏國之間(那時期的兩國還處於同一王國 的管轄之下)。

      “巴溝邊境口岸”是連接兩個國家間公路交通線 的口岸;其間從馬來西亞國吡叻州的薩米馬蒂(鑾菩托圓 寂之地),至泰國北大年府鵠坡縣的長海寺。此口岸安置 了一座大型的鑾菩托墓塔,以供人們緬懷祭拜賽布裏國那 法力神通且佛道高深的聖僧(鑾菩托)。

Visiters: 4