Select Page

泰國内政部副部長NIPON BUNYAMANEE蒞臨也拉府地區舉行會議,以跟踪府級發展計劃,南部邊境發展計劃執行情況,跟踪副總理和商務部長關於實施橡膠種植者收入保險計劃, Covid-19泰國將成為一個正在復甦的國家,農業部長已為該地區人民的就業準備了約三十億泰銖預算

五月一日十點三十分, 泰國内政部副部長NIPON BUNYAMANEE蒞臨也拉府LUIS地區舉行會議,以跟踪府級發展計劃,南部邊境發展計劃執行情況,跟踪副總理和商務部長關於實施橡膠種植者收入保險計劃, Covid-19泰國將成為一個正在復甦的國家,農業部長已為該地區人民的就業準備了約三十億泰銖預算

泰國内政部副部長NIPON BUNYAMANEE蒞臨也拉市政廳三樓的斯里也拉會議室,拉府州,副州長KHASIT PHANITPHONG,地區政府機構負責人參加了今早的會議並報告操作結果,在會議上副州長指出實施級發展計劃,級集團和南部邊境發展計劃,是整合級和區域性計劃的中央。

泰國内政部副部長NIPON BUNYAMANEE在會議上指出,南部發展計劃提高了社區經濟水平,使PACC贏得了泰國的農業實力,Covid的陪同和鼓勵下帶領泰國迅速恢復了活力,進入也拉府地區舉行會議以跟踪府級發展計劃,並跟踪副總理和商務部長關於實施橡膠種植者收入保險計劃和棕櫚油。

目前該府組的資金支出星期二,預算局宣布這些府的預算撥款只有2%並且必須承認由於預算提取已被延遲,以及後續採購時任何加速的項目要求府協助迅速加快預算支出,包括將南部邊境府份具體整合在一起的必要性就像陶公府的最後一次會議一樣為了使清晰度符合南部邊境府份的發展計劃

泰國内政部副部長NIPON BUNYAMANEE進一歩表示,預算中有一個開發南部邊界的計劃,以得到最大的比例其中各種支出預算都不錯級綜合預算,如果有任何建議更改的內容請要求,尤其是那些屬於投資預算的項目,2020531日之前執行級發展計劃,對於剩餘預算轉移正在改變

以專注於創造就業機會,為了當地人民的利益政府已準備好進行預留和預算,關於該地區的就業到2020,農業部長已為該地區人民的就業準備了約30億泰銖的預算,對於需要支持的項目是公共衛生項目,以及有關災害,乾旱或洪水的項目,以及需要該地區的綜合協調與NESDB進行對話以允許CRC參與工作

為了進一步完善小組委員會至於預算問題,由於預算調整應該擴大2021預算年度的改進細節,由於在該預算不太可能比去年晚些時候延遲,因此想離開該項目必根據採購計劃進行更正,在收入保險方面,橡膠和棕櫚油種植者商務部已與內政部協調,以幫助檢查註冊確保農民的收入儘管在自己的土地。

在州土地上耕種稱之為粉卡和綠卡,這是什麼問題和障礙?這使農民根本無法註冊本身已經實施了哪些措施,這是政府照顧數百萬農民項目的一部分,根據在農業部註冊的賬戶,外交部長強調人民事務和社區經濟重要事項,因此政府和地方當局必須認真對待這一問題,人們擔心的是分發食物。

因此必須明確分配時間內政部也在努力尋求幫助,在府或地方關心人民向該部報告以彙編,進一步的修正案,建立持續的實力,政府和地方部門採用自給自足的經濟理念,適應操作如何使家庭部門能夠自我維持生產,通過短期種植農作物鼓勵人們為自己賺錢,首先準備哪個單元?該工作站點不受Covid-19問題影響。

 完成很多工作在初始階段,必須有對植物品種的支持或為人繁殖動物不必等待當地人放棄,以及鼓勵公眾有食物預計當情況解決後,Covid-19泰國將成為一個正在復甦的國家,因為我們是一個可以生產食物的國家,而且農民在農作物上仍然有收入隨著社會消費將專注於安全與健康問題以有機農業的形式蔬菜。

食品因此需要做好準備以將危機轉化為,因為我們是一個為全世界生產糧食的國家,因此這是當前農民和公眾的機會眾所周知,食物仍然是主要因素人們認為這是人們自力更生的最佳方法通過國王拉瑪9的充足經濟指南,農業潛力用作指南是建戶從戰略上為該創造收入,也是泰國是世界的美食廚房。

นิพนธ์ ลุยยะลา ติดตามแผนพัฒนาภาคใต้ ชู เศรษฐกิจชุมชน ให้ปชช  มีรายได้ ชี้จุดแข็งไทยด้านเกษตร นำไทยฟื้นตัวได้เร็วหลังโควิดฯ พร้อม เยี่ยมให้กำลังใจจนท.ด่านโควิดฯ

   เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 นายนิพนธ์  บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อประชุมติดตามการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด และและแผนพัฒนาภาคใต้ชายแดน พร้อม ติดตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์น้ำมัน ในกรรมสิทธิ์ที่ดินของรัฐ (บัตรสีชมพู) ณ ห้องประชุมศรียะลา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา โดยมีนายขัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา รองผู้ว่าฯ เลขาธิการศอ.บต. และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดยะลาเข้าร่วมประชุม และรายงานถึงผลการดำเนินงานฯ

   ในที่ประชุมฯ รมช.มท.กล่าวว่า การดำเนินตามแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาภาคใต้ชายแดนนั้น จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดศูนย์กลางในการบูรณาการแผนของกลุ่มจังหวัดและภาคฯ ซึ่งขณะนี้ในส่วนของการเบิกจ่ายเงินของกลุ่มจังหวัดนั้น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาสำนักงบประมาณได้แจ้งว่า มีการเบิกจ่ายงบประมาณในกลุ่มจังหวัดเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และต้องยอมรับว่าตั้งแต่การเบิกงบประมาณออกมามีความล่าช้า และเมื่อมีการจัดซื้อจัดจ้างตามมา จึงก่อให้เกิดความล่าข้า ดังนั้นโครงการไหนที่มีการเร่งรัด ก็ขอให้ทางจังหวัดช่วยเร่งรัดในการเบิกจ่ายงบประมาณให้เสร็จโดยเร็ว รวมถึงต้องการให้เกิดการบูรณาการที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน เหมือนกับคราวที่ได้มีการประชุมที่ผ่านมาที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อสร้างความชัดเจนในเรื่องการสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงอยากให้มีการบรรจุแผนในการพัฒนาภาคใต้ชายแดนในงบประมาณให้ได้สัดส่วนที่มากที่สุด ซึ่งในส่วนของงบประมาณรายจ่ายต่างๆก็ดี งบบูรณาการกลุ่มจังหวัด มีอะไรที่แนะนำไปสู่การแก้ไขปลี่ยนแปลงก็ขอให้ทางจังหวัดนำเสนอมาได้ โดยเฉพาะกับโครงการที่เป็นงบประมาณในการลงทุน อยากให้ดำเนินการไปตามแผนพัฒนาจังหวัดก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ส่วนกรณีของงบประมาณที่เหลือจ่าย การโอนเปลี่ยนแปลงก็ขอให้เน้นไปที่การสร้างงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มีการเตรียมในเรื่องจองและกันงบประมาณ ในส่วนของการจ้างงานในพื้นที่ โดยในปี 2563 ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้จัดเตรียมงบประมาณที่มีอยู่ราว 3,000 ล้านบาทในการจ้างงานให้แก่ประชาชนในพื้นที่แล้ว สำหรับโครงการที่ต้องการให้มีการสนับสนุนคือโครงการในด้านสาธารณสุข และโครงการในส่วนของภัยพิบัติภัยแล้ง หรืออุทกภัย พร้อมทั้งต้องการให้มีการประสานงานแบบบูรณาการในพื้นที่ ให้มีการพูดคุยกับทางสภาพัฒน์ฯในการที่จะให้ศอ.บต.เข้าร่วมในการทำงาน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงคณะอนุกรรมการต่อไป ส่วนประเด็นในเรื่องของงบประมาณรายละเอียดการปรับปรุงในปีงบประมาณ 2564  น่าจะมีการขยายเพราะมีการปรับปรุงงบประมาณ เนื่องจากมีการนำไปใช้ในส่วนของโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณในปีนี้ก็ไม่น่าจะล่าช้ากว่าปีที่แล้ว ดังนั้นจึง ขอฝากในเรื่องของโครงการซึ่งต้องมีการทำให้ถูกต้อง มีแบบแผน ในการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป

     ในเรื่องของการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันนั้น กระทรวงพาณิชย์มีการประสานให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยตรวจสอบการขึ้นทะเบียน เพื่อประกันรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ทั้งที่ทำกินในที่ดินตนเอง และทำกินในที่ดินของรัฐ ซึ่งเราเรียกว่าบัตรมีชมพูและบัตรสีเขียวว่ามีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร ที่ทำให้เกษตรกรยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ทั้งหมด ซึ่งทางจังหวัดยะลาเองก็ได้รับไปดำเนินการให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลจะดูแลเกษตรกรล้านครัวเรือน ตามบัญชีที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตร

     รมช.มท. ได้เน้นย้ำอีกว่าเรื่องของปากท้องประชาชน และเศรษฐกิจชุมชน เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นภาคราชการและท้องถิ่นต้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้อย่จริงจัง สิ่งที่กังวลคือการแจกอาหารการกิน เพราะอาจมีการซ้ำซ้อนจึงต้องแบ่งระยะการแจก ให้ชัดเจน ทางกระทรวงมหาดไทยเองก็พยายามที่จะหาทางช่วยเหลือ ในสิ่งที่ทางจังหวัดหรือท้องถิ่นมีความกังวลในเรื่องดังกล่าว โดยให้รายงานไปยังกระทรวงเพื่อรวบรวมและสั่งการแก้ไขต่อไป  แต่การสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนขอฝากไปยังภาคราชการและท้องถิ่นได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการดำเนินการ ที่ทำอย่างไรจะให้ภาคครัวเรือนมีการผลิตแบบเลี้ยงชีพตัวเอง โดยการปลูกพืชผลในระยะสั้น ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างรายได้ให้ตัวเอง หน่วยใดมีความพร้อมก่อน หน้างานไม่ได้ผลกระทบจากเรื่องของโควิด-19 มากนักก็ดำเนินการทันที โดยระยะแรกต้องมีการสนับสนุนพันธุ์พืช หรือพันธุ์สัตว์แก่ประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ท้องถิ่นมาแจก พร้อมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนมีอาหารการกิน ซึ่งคาดหวังว่าเมื่อผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ไปแล้วประเทศไทยเราจะเป็นประเทศที่ฟื้นตัวในระดับต้นๆ เพราะเราเป็นประเทศที่สามารถผลิตอาหารได้  และเกษตรกรก็ยังมีรายได้ในเรื่องของพืชเกษตร และต่อไปนี้การบริโภคของคนในสังคม ก็จะเน้นในเรื่องของความปลอดภัยและในเรื่องของสุขภาพ ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ อาหารที่เป็นพืชผัก จึงต้องมีการเตรียมพื้นที่เพื่อที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในฐานะที่เราเป็นประเทศที่ผลิตอาหารให้คนทั้งโลก ฉะนั้นจึงเป็นโอกาสของเกษตรกรและประชาชนทั่วไปในขณะนี้ ซึ่งทราบดีอาหารยังคงเป็นปัจจัยหลักอยู่ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้ประชาชนพึ่งตนเองเป็นทางที่ดีที่สุด โดยใช้ศักยภาพของการเกษตรในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางปฏิบัติ เป็นการสร้างครัวเรือน สร้างรายได้ให้จังหวัดจากยุทธศาสตร์ประเทศไทยเป็นครัวอาหารของโลก ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ นำพาประเทศไทยไปสู่จุดนั้นให้ได้

   ต่อจากนั้น รมช.มท. ได้เดินทางไปยังจุดตรวจโควิด-19 ซึ่งเป็นจุดคัดกรองผู้ที่จะเดินทางมา

Visiters: 1343