Select Page

泰國内政部副部長NIPON BUNYAMANEE蒞臨宋卡府市政廳五樓會議室與宋卡府州長CHARUWAT KLIENGKLAO,政府機構負責人及政府首腦通過視頻系統參加會議,理解首相經內閣批准已經宣布延長緊急情況的聲明,公告確定自2020428日起生效

四月三十日下午三點, 2019年新型冠狀動脈疾病感染COVID 19大流行爆發,仍然受到一定程度的控制,展示了泰國公共衛生系統的功能,重要的是公共部門的合作了解情況由於該疾病在許多國家仍是嚴重流行病,各府政府規定的疾病預防措施,因此有必要將緊急情況時間再延長一次

 內閣根據緊急情況公告宣布因此有必要將緊急情況時間再延長一次依舊有效總理的命令根據緊急情況公告確定自2020428日起生效,內政部長安努蓬.普欽達將軍在獅子會議室主持會議,疾病預防措施這表明存在感染的風險,世界衛生組織已警告放鬆或取消疾病預防措施時應認真做好。

 並設置預防措施因為很明顯,終止控制後一些國家的局勢已變得更加嚴峻,政府將對形勢進行評估可能會更加嚴格或根據衛生部門的數據放鬆某些措施的執行安全行政和經濟,因此根據所有地區緊急法令第5,宣布南部邊境出現嚴重緊急情況。

 在同一時間繼續有效通過專注於快速控制和解決緊急情況,而無需返回同時人們可以過上正常的生活,在疾病預防和政府諮詢科下考慮,按照世界衛生組織製定的規則依次放鬆並考慮到低風險的企業類型在此刻準備針對全國6家企業發布救濟措施。

 州長將這些措施於202053日宣布其中包括1.所有類型的營業活動2.餐飲企業3.零售批發企業4.體育娛樂企業5.理髮企業美容師6.皮草店業務,傳染病控制官員在該生效日期之前發布或命令的空中航行法和移民法賦予的權力是否禁止動作或任何放鬆根據2005年緊急法令第9條發布的規定仍舊有效。 

通過視頻系統會議計有: 泰國内政部副部長NIPON BUNYAMANEE,宋卡府州長CHARUWAT KLIENGKLAO, PONGSUWAN,宋卡府首位女副州長SUREEYAPAN NA SONGKHLA,宋卡府副州長SOMWANG RUANGPENG,宋卡府常任秘書長VORANAT HNUROT,宋卡府衛生局,軍警高官等單位代表。

宋卡府公共工程與城市規劃辦公室局長PADUNGDECH LUEPIYAPANICH,宋卡府行政機構常任祕書PRAPAN SRISUWAN, 宋卡府辧事處主任PHUWANAT SOMJAI,宋卡府公共關係女局長MUJARIN THONGNUAL,宋卡府郷村發展局PAWAN PRONPITAK,宋卡府防災減災辦公室局長CHAOWALIT NITTARAT

 นิพนธ์ ติดตามสถานการณ์โควิดฯร่วมประชุม Video Conference ที่จ.สงขลา ในขณะที่ ศบค.เตรียมผ่อนปรน 6 กิจการทั่วประเทศ 3 พ.ค.2563 นี้

    เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ 30 เม.ย.63 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ร่วมประชุมผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล กับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ณ  ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตรงกัน ซึ่งนายกฯรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้มีประกาศในเรื่องของการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่1) เรื่ิองการให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงมีผลบังคับตามประกาศเรื่อง การให้ข้อกำหนดประกาศ และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงมีผลบังคับ ลงวันที่ 28 เมษายน 2563 โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมราชสีห์  ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

   โดยที่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงปรากฏอยู่ แม้จะควบคุมไว้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขไทย ความเข้าใจสถานการณ์ และที่สำคัญคือ ความร่วมมือจากภาคประชาชน แต่เนื่องจากโรคนี้ยังคงระบาดรุนแรงอยู่ในหลายประเทศ และยังมีการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ตลอดจนการไปมาหาสู่ข้ามจังหวัด และการไม่นำพาต่อมาตราการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด อันแสดงให้เห็นถึงโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ อีกทั้ง องค์การอนามัยโลกได้เตือนให้การผ่อนคลาย หรือการยกเลิกมาตราการป้องกันโรคพึงทำด้วยความระมัดระวัง และตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะเป็นที่ปรากฏแล้วว่าภายหลังการยกเลิกการควบคุม สถานการณ์ในบางประเทศกลับรุนแรงขึ้นใหม่ ดังนั้นจึง ความจำเป็นที่จะต้องขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลจะได้ประเมินสถานการณ์โดยอาจเพิ่มความเข้มงวด หรือผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตราการตามข้อมูลของฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และฝ่ายเศรษฐกิจ จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยังมีผลบังคับใช้ต่อไปควบคู่กัน โดยมุ่งจะให้การควงคุมและการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินยุติลงโดยเร็วและไม่ย้อนกลับมาอีก ขณะเดียวกันประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ภายใต้มาตราการป้องกันโรคและคำแนะนำของทางราชการ โดยมีการพิจารณาผ่อนคลายเป็นลำดับขั้นตอนตามหลักเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด และคำนึงถึงประเภทของกิจการที่มีความเสี่ยงน้อย ซึ่งขณะนี้ทางศบค. เตรียมออกมาตราการผ่อนปรน 6 กิจการทั่วประเทศซึ่งจะประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 ได้แก่ 1. กิจการตลาดทุกประเภท 2. กิจการร้านจำหน่ายอาหาร 3. กิจการค้าปลีก -ส่ง  4. กิจการกีฬา – สันทนาการ 5. กิจการช่างตัดผม ช่างเสริมสวย และ 6. กิจการร้านตัดขนสัตว์

   ทัังนี้ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ออกกฏหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ผู้มีอำนาจตามกฏหมายว่าด้วยการเดินอากาศและกฏหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองที่ได้แระกาศหรือสั่งไว้ก่อนวันที่จ้อกำหนดนี้ใช้บังคับ ไม่ว่าจะเป็นการห้าม การให้กระทำการ หรือการผ่อนคลายใดๆ ถือเป็นประกาศหรือสั่งตามข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราขกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิม

Visiters: 2525